นโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัท วี.เอส.เค. เอสเตท จำกัด (รุ่งกิจ / RUNGKIJ)
จัดทำตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
มีผลบังคับใช้ 28 กรกฎาคม 2569 | ปรับปรุงล่าสุด 28 กรกฎาคม 2569 | ฉบับที่ 1.0
ข้อ 1 บทนำและขอบเขตของนโยบาย
บริษัท วี.เอส.เค. เอสเตท จำกัด (ในเครือ RUNGKIJ หรือ "รุ่งกิจ") ซึ่งต่อไปในนโยบายนี้เรียกว่า "บริษัท" "เรา" หรือ "ของเรา" ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราจึงจัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงให้ท่านทราบถึงวิธีการที่เราเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิที่ท่านมีตามกฎหมาย
นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ติดต่อหรือมีความสัมพันธ์กับเรา ไม่ว่าจะผ่านช่องทางใด
ข้อ 2 คำนิยามที่ควรทราบ
ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
ข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลชีวมิติ (เช่น ใบหน้าหรือลายนิ้วมือ)
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ตัวท่านเอง ในฐานะบุคคลที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นระบุถึง
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ในฐานะผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บุคคลหรือองค์กรที่ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
การประมวลผล
การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ ใช้ เปิดเผย ส่งต่อ หรือลบทำลาย
ข้อ 3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม
เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ ประเภทของข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์และบริการที่ท่านติดต่อกับเรา ดังนี้
ก. ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อ
ข. ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจและการทำธุรกรรม
ค. ข้อมูลด้านการเงินและสินเชื่อ
ในกรณีที่ท่านขอคำปรึกษาหรือขอรับความช่วยเหลือในการยื่นขอสินเชื่อ เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเช่น อาชีพ รายได้ ภาระหนี้สิน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี และเอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อประสานงานกับสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลด้วยความสมัครใจ
ง. ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และอุปกรณ์
จ. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
ข้อ 4 แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาต่อไปนี้
ข้อ 5 วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1) ติดต่อกลับ ให้ข้อมูลโครงการ นัดหมายเยี่ยมชม และตอบข้อสอบถาม
2) จัดทำสัญญาจะซื้อจะขาย การโอนกรรมสิทธิ์ การรับชำระเงิน และการออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี
3) ประสานงานยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินตามความประสงค์ของท่าน
4) ให้บริการหลังการขาย งานรับประกัน งานซ่อมบำรุง และการดูแลลูกบ้าน
5) ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น กฎหมายภาษีอากร กฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และการจัดสรรที่ดิน
6) ส่งข่าวสาร โปรโมชัน และการตลาดเกี่ยวกับโครงการและบริการของเรา
7) ปรับปรุงคุณภาพบริการ วิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ และรักษาความปลอดภัย
8) ระงับข้อพิพาท ดำเนินคดี และก่อตั้งหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ข้อ 6 การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีติดตามบนเว็บไซต์
เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง จดจำการตั้งค่าของท่าน และช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเพื่อปรับปรุงบริการ คุกกี้ที่เราใช้แบ่งเป็นประเภทดังนี้
ท่านสามารถจัดการหรือปิดการใช้งานคุกกี้ได้ผ่านการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ อย่างไรก็ตาม การปิดคุกกี้บางประเภทอาจส่งผลต่อการใช้งานบางส่วนของเว็บไซต์
ข้อ 7 การเปิดเผยและการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะไม่จำหน่ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และจะเปิดเผยข้อมูลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในนโยบายนี้ ให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้
ข้อ 8 การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ
โดยหลักการ เราจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของท่านภายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีเราอาจใช้ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือแพลตฟอร์มสื่อสาร ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ
หากมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ เราจะดำเนินการภายใต้เงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอ หรือจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมและบังคับตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ (เช่น ข้อสัญญามาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูล) หรือได้รับความยินยอมจากท่านหลังจากได้แจ้งให้ทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองที่อาจไม่เพียงพอแล้ว หรือเป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อ 9 ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีแนวทางดังนี้
เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว เราจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
ข้อ 10 มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
เราจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านเทคนิค และด้านกายภาพ เพื่อป้องกันการเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ
ข้อ 11 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้
สิทธิได้รับการแจ้งให้ทราบ
สิทธิที่จะได้รับแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลของท่าน
สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนา
สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา
สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล
สิทธิขอรับหรือขอให้ส่งข้อมูลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ
สิทธิคัดค้านการประมวลผล
สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านในบางกรณี เช่น การตลาดแบบตรง
สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย
สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เมื่อหมดความจำเป็น
สิทธิขอให้ระงับการใช้
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลของท่านชั่วคราวในบางกรณี
สิทธิขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิถอนความยินยอม
สิทธิถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้ได้ทุกเมื่อ โดยไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอน
สิทธิร้องเรียน
สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากเห็นว่าการประมวลผลไม่เป็นไปตามกฎหมาย
ข้อ 12 ข้อมูลของผู้เยาว์และบุคคลที่กฎหมายคุ้มครองเป็นพิเศษ
บริการของเรามุ่งเน้นสำหรับผู้บรรลุนิติภาวะ เราไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปีและยังไม่บรรลุนิติภาวะ) คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย หากท่านเป็นผู้ปกครองและพบว่าบุตรหลานได้ให้ข้อมูลแก่เราโดยไม่ได้รับความยินยอม โปรดติดต่อเราเพื่อดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าว
ข้อ 13 กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เราติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในสำนักงานขาย บ้านตัวอย่าง และพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ เราประมวลผลภาพจากกล้องวงจรปิดภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายและการปฏิบัติตามกฎหมาย และจัดให้มีป้ายแจ้งเตือนในบริเวณที่มีการบันทึกภาพ
ข้อ 14 การทบทวนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย
เราอาจทบทวนและปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย เทคโนโลยี และแนวทางการดำเนินธุรกิจ หากมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ เราจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางที่เหมาะสม โปรดตรวจสอบนโยบายฉบับล่าสุดได้ที่หน้านี้เสมอ
ข้อ 15 ช่องทางการติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
หากท่านมีข้อสงสัย ต้องการใช้สิทธิ หรือประสงค์จะร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล : บริษัท วี.เอส.เค. เอสเตท จำกัด
ที่อยู่ : 290/43, 290/44 หมู่ที่ 3 ถนนรามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240
โทรศัพท์ : 02-540-7999
LINE Official : @rungkij
อีเมลด้านข้อมูลส่วนบุคคล : privacy@rungkij.com
เว็บไซต์ : www.rungkij.com
บริษัท วี.เอส.เค. เอสเตท จำกัด (RUNGKIJ / รุ่งกิจ)
ผู้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศคุณภาพ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี
ทะเบียนนิติบุคคล 0105551016624
© 2569 บริษัท วี.เอส.เค. เอสเตท จำกัด สงวนลิขสิทธิ์